Skip Navigation Links
@ HOME
@ JOBS
@ EDUCATION
@ BUSINESS
@ REAL ESTATE
@ POCKET BOOK Expand @ POCKET BOOK
@ ABOUT US
Skip Navigation Links
:: INTERVIEW ::
:: BIOGRAPHY ::


HyperLink
   
วิถีสู่ความสำเร็จของนักธุรกิจ SME
INTERVIEW
คุณ สมศักดิ์  โรจน์ดรงค์กุล
Managing  Director & CEO
บริษัท วินด์มิลล์ อาร์คิเท็ค จำกัด
          ก้าวแรกของ Somsak Rochdrongkul ความฝัน แรงบันดาลใจ สิ่งนี้แหละที่เป็นตัวผลักดัน ขับเคลื่อนให้เกิด Windmill Architect
          แรกเริ่มเป็นคนจังหวัดนครปฐม พ่อแม่เปิดร้านขายชำ เรียนจบมัธยมศึกษาที่โรงเรียนสาธิต แล้วจึงสอบเข้าศึกษาต่อที่สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าลาดกระบัง โดยเลือกเรียนอยู่สถาปัตยกรรม เหตุที่เลือกเรียนสถาปัตยกรรมเพราะด้วยสาเหตุที่ชอบศิลปะ อยู่เป็นทุนเดิม และการเรียนสถาปัตย์ก็ไม่ต้องมาสอบเคมีนั่นเอง
แรงบันดาลใจของคนหนุ่ม
  • ในช่วงของวัยเรียน ก็มีเกเรอยู่บ้างนิดหน่อยตามภาษาของวัยรุ่นแต่พอมาอยู่สถาปัตยกรรมปี 3 ก็มีแรงบันดาลใจเกิดขึ้น จากรุ่นพี่คนหนึ่งที่ทำงานแตกต่างจากคนเรียนสถาปัตยกรรมด้วยกัน เพราะคนเรียนสถาปัตย์ส่วนใหญ่มักมีอาชีพเป็นสถาปนิก แต่พี่คนนี้กลับแตกต่างจากรุ่นพี่คนอื่น ๆ เขาประกอบอาชีพในตำแหน่งของดิวิลอพเปอร์ จึงเริ่มสนใจตั้งแต่นั้นมา พอเรียนจบในปี 2537 ก็ผันตัวเองเข้ามาทำงานเป็น ดิวิลอพเปอร์ อย่างที่ฝันเอาไว้ในตลาดหลักทรัพย์ของบริษัทแห่งหนึ่ง ที่ชื่อว่าพร็อบเพอร์ตี้เพอร์เฟ็ค โดยเข้ารับตำแหน่งแรกในชีวิต คือ สถาปนิก ทำงานเป็นเวลา 2 ปี มีหน้าที่เกี่ยวกับการประสานงานดูแลทุกอย่างตั้งแต่งานก่อสร้าง งานออกแบบ ผลของการทำทุกอย่าง สิ่งที่ได้มาคือ ความรู้พื้นฐานทั้งหมดที่เกี่ยวกับงานโดยตรง
การเริ่มต้นที่ไม่สำเร็จ
  • หลังจากทำที่บริษัท พร็อบเพอร์ตี้เพอร์เฟ็ค จึงตัดสินใจย้ายมาทำที่แฮปปี้แลนด์ กรุ๊ป ซึ่งนับว่าเป็นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เหมือนกัน แต่เหตุที่จะต้องย้าย บริษัท พร็อบเพอร์ตี้เพอร์เฟ็ค ซึ่งเป็นบริษัทที่ใหญ่มาทำที่แฮปปี้แลนด์ที่เล็กกว่า เพราะฝันและคิดอยู่เสมอว่า อยากจะมีอะไรเป็นของตนเอง มีบริษัท มีอาชีพที่มั่นคง ในช่วงเวลาของการอยู่ในบริษัท พร็อบเพอร์ตี้เพอร์เฟ็ค ได้ 2 ปี จึงมองเห็นว่า อ๊อฟประตูนิตี้ เยอะมากเนื่องจากสมัยก่อน บริษัท พร็อบเพอร์ตี้เพอร์เฟ็ค ปีหนึ่งสร้างบ้านได้ประมาณ 1000 ยูนิต ส่วนค่าก่อสร้างในคอนสตรักชั่นครอสก็ประมาณ 600 ยูนิตจึงเริ่มที่จะขายไม้บันไดซัพพลายแมคทีเรียล และก็มุ่งมั่นที่จะสร้างธุรกิจซึ่งเป็นของตนเอง แต่พอออกมาทำจริง ๆ การทำธุรกิจไม่ใช่เรื่องง่ายเลย การทำธุรกิจครั้งแรกของผม กลับตรงกันข้ามไม่ประสบความสำเร็จ จึงกลับมาทำที่แฮปปี้แลนด์ ในตำแหน่ง ผู้ช่วยประธานบริษัททำได้ 2 ปี ก็ได้รับตำแหน่ง แอลซีสเพรสซิเด้นท์ คือ เป็นผู้ดูแลทั้งหมดซึ่งนับว่าเป็นผลดี ทำให้เราสามารถมองเห็นภาพรวมได้ทั้งหมดอีกครั้ง เพราะด้วยความใกล้ชิดกับผู้บริหาร หลังจากนั้นทำได้ 2 ปี ก็ต้องลาออกเพราะช่วงสถานการณ์เศรษฐกิจฟองสบู่แตก
เศรษฐกิจไม่ดี จะทำเช่นไร ?
  • พอออกจากงานเนื่องจากเกิดยุคฟองสบู่แตก จึงทำให้เศรษฐกิจย่ำแย่ บริษัทก็ไม่ค่อยมีการพัฒนา จึงคิดที่จะขยับขยาย ทำสินค้าของที่ระลึกเนื่องจากตอนนั้นตลาดการท่องเที่ยว ตลาดสินค้าส่งออกกำลังเป็นที่นิยม และเป็นที่ต้องการ ฉะนั้นจึงกลับมาทำสไตล์สินค้าของที่ระลึกแทน
เจอาร์โรยอลคราฟ
  • เจอาร์โรยอลคราฟ ชื่อของบริษัทที่ทำเกี่ยวกับสินค้าส่งออก ซึ่งถือได้ว่าเป็นธุรกิจเริ่มแรกช่วงนั้นมีเงินลงทุนในการตั้งบริษัท เพียงประมาณ 1 แสนบาทเท่านั้น และยังเป็นความโชคดีที่ธุรกิจไปได้ดี มีพนักงานเพียง 1 คน แต่ก็สามารถเติบโตพอสมควรในระดับหนึ่ง
วินด์มิลล์ อาร์คิเท็ค
  • ตอนที่ทำบริษัทเจอาร์ก็ได้ทำงานออกแบบควบคู่ไปด้วย เป็นอาชีพอิสระแล้วมีรุ่นพี่แนะนำให้มาออกแบบทำทีมกลุ่มอนันดา ซึ่งตอนนั้นเป็น Windmill ดีเวอร์ร็อบเม้นต์ ซึ่งส่วนตัวก็ชอบทางด้านนี้อยู่แล้วต้องทำหน้าที่ เป็นทั้งอำนวยการก่อสร้าง ควบคุมทำทุกอย่างที่เป็นการพัฒนาโครงการ ซึ่งทำอาชีพอิสระไปก่อน ก็คือ เป็นรับจ้างทาง Windmill ดีเวอร์ร็อบเม้นต์ พอสำเร็จไปหนึ่งโปรเจค จึงได้ร่วมกันเปิดบริษัท Windmill Architect ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ Windmill ดีเวอร์ร็อบเม้นต์ ประมาณ ปี 2545
วินด์มิลล์ อาร์คิเท็ค จากวันนั้น..ถึงวันนี้
  • ตอนแรก Windmill มีพนักงานด้วยกัน 8 คนปัจจุบันมี 35 คน จากวันนั้นจนถึงวันนี้ยอดบิลลิ่งได้เพิ่มขึ้นประมาณ 6 เท่าตัวจากปีแรกถึงปัจจุบัน ช่วงแรกจะออกแบบบ้านแล้วก็รับสร้างบ้านภายในเครือของอนันดา (ผู้เป็นเจ้าของ) ปีแรกได้รับออกแบบและสร้างประมาณ 14 ยูนิต/ปี ถ้าเทียบกับปัจจุบันก็ประมาณ 100 กว่ายูนิต
เปลี่ยนแปลงบทบาท...เปลี่ยนแปลงชีวิต
  • จากการเป็นลูกจ้าง กลายมาเป็นผู้ร่วมลงหุ้นกับเพื่อน ๆ สไตล์การทำงานก็เปลี่ยนแปลงไป คือ จะต้องจริงจัง จะต้องมีความละเอียด รอบคอบ ต้องทำให้ได้ และจะต้องเน้นที่ตัวของคุณภาพมากที่สุด นี่แหละคือสไตล์การทำงานที่จะต้องพัฒนาเปลี่ยนแปลงให้ดีขึ้น ส่วนในเรื่องของวิถีชีวิตทางด้านของครอบครัวจากลูกจ้างมาเป็นเจ้าของจะไม่ค่อยเปลี่ยนแปลงซักเท่าไหร่ แต่เรื่องของเวลาก็จะมีให้กับครอบครัวน้อยลง
 แบบฝึกหัดของนักบริหาร

          อุปสรรคที่พบในระยะแรกได้แก่

  • อันดับแรก คงเป็นเรื่องของบุคลากร เวลาทำงานก็ไม่มีบุคลากรรองรับที่เพียงพอทางเราจึงรับคนกลุ่มที่มีอยู่มารวมตัวและบริหารเพื่อให้งานออกมาดี
  • อันดับสอง คือ เรื่องของเงินทุน ที่เรียกว่า เงินน้อย
  • อันดับสาม คือ เรื่องของการบริหารจัดการบริหารสมัยใหม่
การตอบโจทย์ของนักบริหาร
  • ถ้าเป็นเรื่องของบุคลากร ต้องใช้วิธีซื้อใจ บางครั้งอาจจะต้องเสียอะไรบางอย่างเพื่อให้ได้ลูกน้องมาแล้วค่อยมาพัฒนาของศักยภาพทีหลัง ส่วนในเรื่องของแคสโฟน จะปรับกลยุทธ์อาวุธลับ คือ เราทำธุรกิจออกแบบ เราเป็นโอนเนอร์ เพื่อให้ได้เงินสดเข้ามา
“เพราะเราคิดให้คุณมากกว่า”
  • เพราะเราคิดให้คุณมากกว่า นี่คือ สโลแกนของทางบริษัท ปัจจุบันรับสร้างบ้านเป็นหลัก แล้วก็ออกแบบด้วย ที่ทำให้ประสบความสำเร็จ คือ ความเข้าใจในทุกรายละเอียดของลูกค้า สิ่งที่ให้บริษัทแข็งแรงมีความสามารถในการแข่งขันมากกว่าคนอื่นในแง่ของธุรกิจประเภทเดียวกัน คือ ทีมงาน เพราะทีมงานเป็นผู้ที่มีความรู้และเข้าใจความต้องการของลูกค้า ส่วนเรื่องของระบบงานก็จะนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ เข้ามาช่วย ด้านคุณภาพก็จะถือว่าเป็นเรื่องหลักและการตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค มีการตัดสินใจของทีมเมเนทเม้นต์ ด้วยการกระจายอำนาจ
 บุคลิกที่นำไปสู่ความสำเร็จ
  • เป็นคนแอคทีฟ ละเอียดติด ตามงาน ติดตามอย่างละเอียดทุกจุด ใส่ใจดูแลติดตามลูกค้าตลอดเวลา เพื่อให้งานทุกชิ้นออกมาอย่างมีประสิทธิภาพ จริงจัง จริงใจ ตรงไปตรงมา รับปากแล้วต้องทำได้
หัวใจ วินด์มิลล์ อาร์คิเท็ค พิชิตลูกค้า
  • หัวใจหลักสำคัญที่จะพิชิตลูกค้าในการออกแบบของบริษัท Windmill Architect คือเรื่องของทีมงานที่มีความรู้ความสามารถเข้าใจในตัวของลูกค้า ลักษณะของการทำงานจะทำงานเสมือนว่าตัวเองเป็นเจ้าของบ้าน มีความเอาใจใส่ให้เหมือนกับบ้านของตนเอง เน้นในเรื่องของประโยชน์ใช้สอยและบูรณาการในการออกแบบให้สอดคล้องกัน มองเรื่องของบ้านให้มีชีวิต และจะต้องเน้นวัสดุที่มีเกรด A อีกด้วย ถึงแนวโน้มของธุรกิจรับสร้างบ้านในปัจจุบันจะดีขึ้นเรื่อย ๆ เพราะลูกค้าต้องการความเป็นมาตรฐาน
ข้อเสนอแนะสำหรับผู้ประกอบการรายใหม่
  • ทุกคนต้องมีความรับผิดชอบต่อลูกค้า ต้องทำงานควบคุมให้มีคุณภาพมากที่สุด ให้ตลาดโดยรวมเป็นที่น่าเชื่อถือของลูกค้าเพราะว่าถ้าทำงานไม่มีคุณภาพก็จะทำให้ธุรกิจสร้างบ้านนั้นเสียหาย
“ความรับผิดชอบต่อลูกค้า คือ สิ่งสำคัญ แต่คุณภาพคือเรื่องที่สำคัญยิ่งกว่า”
นี่คือหัวใจของ Windmill Architect
“เพราะเราคิดให้คุณมากกว่า”
กลับหน้าหลัก
Copyright 2000-2008 by Businesswise Co., Ltd.
www.bwth.com / www.job-ed.com